หนึ่งศาสดา หลายสายธรรม
การรู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจ ๔ จะบังเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติได้เจริญโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ
และ เจริญฌาณสมาธิควบคู่กับการเจริญปัญญา
ณ วินาทีที่บรรลุเป็นพระโสดาบัน จะมีการก้าวกระโดดที่เรียกว่า "เกิดดวงตาเห็นธรรม"
เพราะนี่เป็นครั้งที่ผู้ปฏิบัติจะได้เห็นธรรม คือเห็นสัจธรรมในคำสอนของพระพุทธเจ้า เข้าสู่กระแสพระนิพพาน
บัดนี้ผู้ปฏิบัติได้เปลี่ยนสถานะจากปุถุชนไปเป็นพระอริยบุคคลแล้ว
จากหนึ่งศาสดา หลายสายธรรม หน้า ๕๒-๕๓
1. สติปัฏฐาน 4
2. สัมมัปปธาน 4
3. อิทธิบาท 4
4. อินทรีย์ 5
5. พละ 5
6. โพชฌงค์ 7
7. มรรคมีองค์ 8
โพธิปักขิยธรรมนี้ ตามที่ทั่วไปในพระไตรปิฎก ตรัสไว้เพียงเป็นคำรวม ๆ โดยไม่ได้ระบุชื่อองค์ธรรม นอกจากในสังยุตตนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก ที่มีพุทธพจน์ตรัสระบุไว้ว่า ได้แก่ อินทรีย์ 5 และในคัมภีร์วิภังค์แห่งพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งไขความว่า โพธิปักขิยธรรม ได้แก่ โพชฌงค์ 7
คือเป็น อภิญญาเทสิตธรรม 37 และในพระอภิธรรมท่านแสดงไว้ว่าธรรม 37 ประการนี้เป็น สัทธรรม
สติปัฏฐาน 4 [182] (ที่ตั้งของสติ, การตั้งสจิกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง คือ ตามที่สิ่งนั้นๆ มันเป็นของมัน - foundations of mindfulness)
สัมมัปปธาน 4 [156] (ความเพียร - effort; exertion)
1. สังวรปธาน (เพียรระวังหรือเพียรปิดกั้น คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น - the effort to prevent; effort to avoid)
2. ปหานปธาน (เพียรละ หรือเพียรกำจัด คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว - the effort to abandon; effort to overcome)
3. ภาวนาปธาน (เพียรเจริญ หรือเพียรก่อให้เกิด คือเพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น - the effort to develop)
4. อนุรักขนาปธาน (เพียรรักษา คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่น และให้เจริญยิ่งขึ้นไปจนไพบูลย์ - the effort to maintain)
อิทธิบาท 4 [213] (คุณเครื่องให้ถึงความสำเร็จ, คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย - path of accomplishment; basis for success)
2. วิริยะ (ความเพียร คือ ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ท้อถอย - energy; effort; exertion; perseverance)
3. จิตตะ (ความคิดมุ่งไป คือตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ไม่ปล่อยให้ใจฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป อุทิศตัวอุทิศใจให้แก่สิ่งที่ทำ - thoughtfulness; active thought; dedication)
อินทรีย์ 5 [258] (ธรรมที่เป็นใหญ่ในกิจของตน - controlling faculty)
1. สัทธา (ความเชื่อ - confidence)2. วิริยะ (ความเพียร - energy; effort)3. สติ (ความระลึกได้ - mindfulness)4. สมาธิ (ความตั้งจิตมั่น - concentration)5. ปัญญา (ความรู้ทั่วชัด - wisdom, understanding)
หมวดธรรมนี้เรียกอย่างหนึ่งว่า พละ 5 ที่เรียกว่า พละ 5 เพราะความหมายว่า เป็นพลังทำให้เกิดความมั่นคง ซึ่งความไร้ศรัทธาเป็นต้น แต่ละอย่างจะเข้าครอบงำไม่ได้ ส่วนที่เรียกว่าอิรทรีย์ เพราะความหมายว่า เป็นใหญ่ในการกระทำหน้าที่แต่ละอย่างๆ ของตน คือเป็นเจ้าการในการครอบงำเสียซึ่งความไร้ศรัทธา ความเกียจคร้าน ความประมาท ความฟุ้งซ่าน และความหลงตามลำดับ
พละ 5 [228] (ธรรมอันเป็นกำลัง - power)
โพชฌงค์ 7 [281] (ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ - enlightment factors)
- สติ (ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง - mindfulness)
- ธัมมวิจยะ (ความเฟ้นธรรม, ความสอดส่องสืบค้นธรรม - truth investigation)
- วิริยะ (ความเพียร - effort, energy)
- ปีติ (ความอิ่มใจ - rapture)
- ปัสสัทธิ (ความผ่อนคลายสงบเย็นกายใจ - tranquillity, calmness)
- สมาธิ (ความมีใจตั้งมั่น จิตแน่วแน่ในอารมณ์ - concentration)
- อุเบกขา (ความมีใจเป็นกลางเพราะเห็นตามเป็นจริง - equanimity)
มรรคมีองค์ 8 [293] หรือ อัฏฐังคิกมรรค (เรียกเต็มว่า อริยอัฏฐังคิกมรรค แปลว่า "ทางมีองค์แปดประการ อันประเสริฐ" - the Noble Eightfold Path) องค์ 8 ของมรรค (มัคคังคะ - factors or constituents od the Path) มีดังนี้
- สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ ได้แก่ ความรู้อริยสัจจ์ 4 หรือ เห็นไตรลักษณ์ หรือรู้อกุศล และอกุศลมูล กับ กุศลและกุศลมูล หรือเห็น ปฏิจจสมุปบาท - Right View, Right Understanding)
- สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ ได้แก่ เนกขัมมสังกัปป์ อพยาบาทสังกัปป์ อวิหิงสาสังกัปป์ - Right Thought) ดู [69] กุศลวิตก
- สัมมาวาจา (เจรจาชอบ ได้แก่ วจีสุจริต 4 - Right Speech)
- สัมมากัมมันตะ (กระทำชอบได้แก่ กายสุจริต 3 - Right Action)
- สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ ได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ - Right Livelihood)
- สัมมาวายามะ (พยายามชอบ ได้แก่ ปธาน หรือ สัมมัปปธาน 4 - Right Effort)
- สัมมาสติ (ระลึกชอบ ได้แก่ สติปัฏฐาน 4 - Right Mindfulness)
- สัมมาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นชอบ ได้แก่ ฌาน 4 - Right Concentration)
- กามฉันทะ (ความพอใจในกาม, ความต้องการกามคุณ - sensual desire)
- พยาบาท (ความคิดร้าย,ความขัดเคืองแค้นใจ - illwill)
- ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม - sloth and torpor)
- อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่าน และร้อนใจ, ความกระวนกระวายกลุ้มกังวล - distraction and remorse; flurry and worry; restlessness and anxiety)
- วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย - doubt; uncertainty)
- รูปขันธ์ (กองรูป, ส่วนที่เป็นรูป, ร่างกาย พฤติกรรม และคุณสมบัติต่าง ๆของส่วนที่เป็นร่างกาย, ส่วนประกอบฝ่ายรูปธรรมทั้งหมด, สิ่งที่เป็นร่างพร้อมทั้งคุณ และอาการ - coporeality)
- เวทนาขันธ์ (กองเวทนา, ส่วนที่เป็นการเสวยอารมณ์, ความรู้สึก สุข ทุกข์ หรือเฉย ๆ - feeling; sensation)
- สัญญาขันธ์ (กองสัญญา, ส่วนที่เป็นความกำหนดหมายให้จำอารมณ์นั้นๆ ได้, ความกำหนดได้หมายรู้อารมณ์ 6 เช่นว่า ขาว เขียว ดำ แดง เป็นต้น - perception)
- สังขารขันธ์ (กองสังขาร, ส่วนที่เป็นความปรุงแต่ง, สภาพที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่ว หรือเป็นกลางๆ, คุณสมบัติต่าง ๆของจิต มีเจตนาเป็นตัวนำ ที่ปรุงแต่งคุณภาพของจิต ให้เป็นกุศล อกุศล อัพยากฤต - mental formations, volitional activities)
- วิญญาณขันธ์ (กองวิญญาณ, ส่วนที่เป็นความรู้แจ้งอารมณ์, ความรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้ง 6 มี การเห็น การได้ยิน เป็นต้น ได้แก่ วิญญาณ 6 - consciousness)
- รูปขันธ์ ดู [38] รูป 2, 28; [39] มหาภูต 4; [40] อุปาทายรูป 24
- เวทนาขันธ์ ดู [110] เวทนา 2; [111] เวทนา 3; [112] เวทนา 5; [113] เวทนา 6
- สัญญาขันธ์ ดู [271] สัญญา 6
- สังขารขันธ์ ดู [119] สังขาร 3 ; [120] สังขาร 3 ; [129] อภิสังขาร 3; [263] เจตนา 6
- วิญญาณขันธ์ ดู [268] วิญญาณ 6
- อายตนภายใน 6
- อายตนภายนอก 6
อายตนภายใน 6 (ที่เชื่อมต่อให้เกิดความรู้, แดนต่อความรู้ฝ่ายภายใน - internal sense-fields) บาลีเรียก อัชฌัตติกายตนะ
- จักขุ(จักษุ, ตา - the eye)
- โสตะ (หู - the ear)
- ฆานะ (จมูก - the nose)
- ชิวหา (ลิ้น - the tongue)
- กาย (กาย - the body)
- มโน(ใจ - the mind)
อายตนภายนอก 6 (ที่เชื่อมต่อให้เกิดความรู้, แดนต่อความรู้ฝ่ายภายนอก - external sense-fields) บาลีเรียก พาหิรายตนะ
- รูปะ (รูป, สิ่งที่เห็น หรือ วัณณะ คือสี - visible objects)
- สัททะ (เสียง - sound)
- คันธะ (กลิ่น - smell; odour)
- รสะ (รส - taste)
- โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย, สิ่งที่ถูกต้องทางกาย - touch; tangible objects)
- ธรรม หรือ ธรรมารมณ์ (อารมณ์ที่เกิดกับใจ, สิ่งที่ใจนึกคิด - mind objects)
- ทุกข์ (ความทุกข์, สภาพที่ทนได้ยาก, สภาวะที่บีบคั้น คัดแย้ง บกพร่อง ขาดแก่นสารและความเที่ยงแท้ ไม่ให้ความพึงพอใจแท้จริง, ได้แก่ ชาติ ชรา มรณะ การประจวบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความปรารถนาไม่สมหวัง โดยย่อว่า อุปาทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์ - suffering, unsatisfactoriness)
- ทุกขสมุทัย (เหตุเกิดแห่งทุกข์, สาเหตุให้ทุกข์เกิด ได้แก่ ตัณหา 3 กามตัณหา ภวตัณหา และ วิภวตัณหา - the cause of suffering; origin of suffering)
- ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์ ได้แก่ ภาวะตัณหาดับสิ้นไป, ภาวะที่เข้าถึงเมื่อกำจัดอวิชชาสำรอกตัณหาสิ้นแล้ว ไม่ถูกย้อม ไม่ติดข้อง หลุดพ้น สงบ ปลอดโปร่ง เป็นอิสระ คือ นิพพาน - the cessation of suffering; extinction of suffering)
- ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (ปฏิปทาที่นำไปสู่ความดับแห่งทุกข์, ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่ อริยอัฏฐังคิกมรรค หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า "ทางสายกลาง" มรรคมีองค์ 8 นี้ สรุปลงในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา - the path leading to the cessation of suffering)
- กามสุขัลลิกานุโยค (การหมกมุ่นอยู่ด้วยกามสุข - the extreme of sensual indulgencel; extreme hedonism)
- อัตตกิลมถานุโยค (การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตนเอง, การบีบคั้นทรมานตนให้เดือดร้อน - the extreme of self-mortification; extreme asceticism)
- มุสาวาท
- ปิสุณาวาจา
- ผรุสวาจา
- สัมผัปปลาปะ
- ปาณาติบาต
- อนินนาทาน
- กาเมสุมิจฉาจาร
- ปฐมฌาน (ฌานที่ 1 - the First Absorption) มีองค์ 5 คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
- ทุติยฌาน (ฌานที่ 2 - the Second Absorption) มี องค์ 3 คือ ปีติ สุข เอกัคคตา
- ตติยฌาน (ฌานที่ 3 - the Third Absorption) มี องค์ 2 คือ สุข เอกัคคตา
- จตุตถฌาน (ฌานที่ 4 - the Fourth Absorption) มีองค์ 2 คือ อุเบกขา เอกัคคตา
- กามตัณหา (ความทะยานอยากในกาม, ความอยากได้ในกามคุณ คือสิ่งที่สนองความต้องการทางประสาททั้งห้า - craving for sensual pleasures; sensual craving)
- ภวตัณหา (ความทะยานอยากในภพ, ความอยากในภาวะของตัวตนที่จะได้ จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง อยากเป็น อยากคงอยู่ตลอดไป, ความใครอยากที่ประกอบด้วยภวทิฏฐิหรือสัสสตทิฏฐิ - craving for existence)
- วิภวตัณหา (ความทะยานอยากในวิภพ, ความอยากในความพรากพ้นไปแห่งตัวตนจากความเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอันไม่ปรารถนา อยากทำลาย อยากให้ดับสูญ, ความใครอยากที่ประกอบด้วยวิภวทิฏฐิหรืออุจเฉททิฏฐิ - craving for non-existence, craving for self-annihilation)
- อธิสีลสิกขา (สิกขาคือศีลอันยิ่ง, ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมในทางความประพฤติอย่างสูง - training in higher morality)
- อธิจิตตสิกขา (สิกขาคือจิตอันยิ่ง, ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมจิตเพื่อให้เกิดคุณธรรมเช่น สมาธิอย่างสูง - training in higher mentality)
- อธิปัญญาสิกขา (สิกขาคือปัญญาอันยิ่ง, ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมปัญญาเพื่อให้เกิความรู้แจ้งอย่างสูง - training in higher wisdom)
Comments
Post a Comment