Posts

Showing posts from December, 2021

ปฏิบัติวิปัสสนาครั้งแรกตามแนวสติปัฏฐาน 4 (25/12/2565-21/1/2565)

 เริ่มมาทำ สติปัฏฐาน 4 ครั้งแรกที่วัดไชยสถาณ สารภี โดย พระอาจารย์ ธนบูรณ์ วันแรก คือวันที่ 25/12/2564 ได้เข้าวัดตอนช่วงเย็นประมาณ​ 16:00 เลยได้พัก วันที่ 26/12/2564 พระอาจารย์นัดช่วงเช้า 8:30 กินข้าวเช้า แล้วพระอาจารย์สอนการกราบแบบ สติปัฏฐาน การเดินจงกรม รวมถึงการนั่ง ขวาย่างหนอ ถ้าตอนคำว่าขวาเราเริ่มเดินแล้วแปลว่ามันเร็วไป เริ่มทำ วิปัสสนา เดิน 10 นั่ง 10 เริ่ม 1 ชม ทำไปทั้งหมด 4 รอบ  วันนี้ ไม่มีโลภะ มีโทสะน้อยมาก มาจากกุกุจจะเรื่องร้านดำน้ำ แต่น้อยมาก ๆมาสองสามครั้ง โมหะน่าจะเยอะเพราะตอนนั่ง จะรู้สึกเหมือนบรรยากาศอึมครึม แล้วสติเบาบางมาก มารอบสุดท้ายรู้สึกได้เลยว่า ยุบหนอ พองหนอได้สองทีแล้ว กายหายไปไม่รู้ว่ายุบ หรือพอง แต่ก็รู้ว่าไม่ได้ง่วง และไม่ได้หลุดจากกำหนด จะกลับมาอีกทีก็ตอนเหมือนสัปปะหงกแล้วกำหนดต่อทันที  กะเวลา 10 นาที ทัน เป๊ะ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่ คลาดเคลื่อน 30-50 วิ มี หลุด ไป สองนาที หนึ่งรอบ กับ 1 นาที หนึ่งรอบ วันที่ 27/12/2564  มีทำบุญที่วัดตอนเช้า แต่ว่าไม่รู้ว่างานใหญ่ ตื่น สาย 7:30 จนได้ยินเสียงพระสวดเลยตื่นแล้วออกไป ที่ใต้อุโบสถ ชาวบ้านมาทำบุญประมาณ...

ปริจเฉทที่๗(สมุจจยสังคหะ)

 อกุศลสังคหะ 1. อาสวะ 1. ความเสียหาย, ความเดือดร้อน, โทษ, ทุกข์ 2. น้ำดองอันเป็นเมรัย เช่น ปุปฺผาสโว น้ำดองผลไม้ 3. กิเลสที่หมักหมมหรือดองอยู่ในสันดาน ไหลซึมซ่านไปย้อมจิตต์เมื่อประสบอารมณ์ต่าง ๆ, อาสวะ ๓ คือ ๑.กามาสวะ อาสวะคือกาม ๒.ภวาสวะ อาสวะคือภพ ๓.อวิชชาสวะ อาสวะคืออวิชชา; อีกหมวดหนึ่ง อาสวะ ๔ คือ ๑.กามาสวะ ๒. ภวาสวะ ๓.ทิฏฐาสวะ อาสวะคือทิฏฐิ ๔. อวิชชาสวะ อาสวักขยญาณ ความรู้เป็นเหตุสิ้นอาสวะ, ญาณหยั่งรู้ในธรรมที่เป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย, ความตรัสรู้(เป็นความรู้ที่พระพุทธเจ้าได้ในยามสุดท้ายแห่งราตรี วันตรัสรู้) (ข้อ ๓ ในญาณ ๓ หรือวิชชา ๓ ข้อ ๖ ในอภิญญา ๖, ข้อ ๘ ใน วิชชา ๘, ข้อ ๑๐ ในทศพลญาณ) 2. โอฆะ ห้วงน้ำคือสงสาร, ห้วงน้ำคือการเวียนว่ายตายเกิด; กิเลสอันเป็นดุจกระแสน้ำหลากท่วมใจสัตว์ มี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา 3. โยคะ 1.กิเลสเครื่องประกอบ คือประกอบสัตว์ไว้ในภพ หรือผูกสัตว์ดุจเทียมไว้กับแอก มี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา 2. ความเพียร 4. คันถะ 1.กิเลสที่ร้อยรัดมัดใจสัตว์ให้ติดอยู่ 2.ตำรา, คัมภีร์ 5. อุปาทาน ความถือมั่น,​ ความยึดติดถือค้างถือคาไว้ (ปัจจุบันมักแปลว่า ความยึดมั่...