Posts

Showing posts from November, 2021

พุทธคุณ ๙

 อนุตฺตโร ปุริสทม์มสารถิ (พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น) ทรงเป็นสารถี ฝึกคนที่ควรฝึกได้ ที่ยอดเยี่ยม โดยทรงรู้จักใช้อุบายให้เหมาะแก่บุคคล สอนเขาได้โดยไม่ต้องใช้อาชญา และทำให้เขาบรรลุผลที่พึงได้เต็มตามกำลังความสามารถของเขา

สังฆคุณ ๙

  สังฆคุณ ๙ (คุณของพระสงฆ์ - vitues of the Sangha; virtues or attributes of the community of noble disciples) สร้างเหตุดี ๔ อย่าง สมควรให้ผล ๕ อย่าง สุปฏปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ (พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดี - of good conduct is the community of noble diciples of the Blessed one) ปฏิบัติตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา ปฏิบัติไม่ถอยหลัง ปฏิบัติสอดคล้องกับคำสอยพระพุทธเจ้า ดำรงอยู่ในธรรมวินัย อุชุปฏิปนฺโน (เป็นผู้ปฏิบัติตรง - of upright conduct) คือไม่ลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ไม่อำพราง หรือดำเนินทางตรง คือ มัชฌิมาปฏิปทา  ญายปฏิปนฺโน (เป็นผู้ปฏิบัติถูกทาง - of right conduct) หรือปฏิบัติเป็นธรรม คือปฏิบัติปฏิปทาที่จะให้เกิดความรู้ หรือปฏิบัติเพื่อได้ความรู้ธรรม ปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ อีกนัยหนึ่งว่า ปฏิบัติมุ่งธรรมเป็นใหญ่ ถือความถูกต้องเป็นประมาณ ; ญายะ, ญายะธรรม ความถูกต้องชอบธรรม, ความยุติธรรม, สิ่งที่สมเหตุสมผล, ทางที่ถูก, วิธีการที่ถูกต้อง, ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง หมายถึง อริยอัฏฐังคิกมรรค, ภาวะอันจะลุถึงได้ด้วยข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง ได้แก่ นิพพาน สามีจิปฏปนฺโน (เป็นผู้ปฏิบัติสมคว...

ธรรมคุณ ๖

 มรรคเป็นกุศล ผลเป็นวิบาก ธรรมนี้เป็นธรรมที่บุคคลได้เข้าถึงย่อมเห็นเป็นประจักษ์ด้วย สวากขาโต  ภควตา ธมฺโม  (พระธรรมอันพระผู้มีพระภาค) ตรัสไว้ดีแล้ว คือ ตรัสไว้เป็นความจริง ไม่วิปริต งามในเบื้องต้น งามในรูปท่ามกลาง และงามในที่สุด สัมพันธ์สอดคล้องกันทั่วตลอด ประกาศ พรหมจริยะคือทางดำเนินชีวิตอันประเสริฐ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้ง พยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง (ข้อ ๑ ในธรรมคุณ ๖) เป็น สนฺทิฏฺฐิโก (พระธรรมอันผู้ได้บรรลุแล้ว) เห็นเองรู้เอง ประจักษ์แจ้งกับตน ไม่ต้องขึ้นกับผู้อื่น ไม่ต้องเชื่อต่อถ้อยคำของใคร (ข้อ ๒ ในธรรมคุณ ๖) เมื่อมาด้วยกันกับ สมฺปรายิโก (ใช้เป็นคำไทย มีรูปเป็น สัมปรายิกะ) ซึ่งแปลว่าเลยไปเบื้องหน้า หรือเลยตาเห็น     สนฺทิฏฺฐิโกนี้ (สันฺทิฏฺฐิกะ) แปลว่า เป็น ปัจจุบัน เห็นทันตา หรือเห็นกับตา อกาลิโก (พระธรรม) ไม่ประกอบด้วยกาล, ให้ผลไม่จำกัดกาล คือไม่ขึ้นกับกาลเวลา ไม่จำกัดด้วยกาล ให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติทุกเวลา ทุกโอกาส บรรลุเมื่อใดก็ได้รับผลเมื่อนั้น ไม่เหมือนผลไม้ที่ให้ผลตามฤดู, อีกอย่างหนึ่งว่า เป็นจริงอยู่อย่างไร ก็เป็นจริงอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป (ข้อ ๓ ใ...

ญาณ๑๖

 ญาณ ๑๖ หรือ โสฬสญาณ (ความหยั่งรู้ ในที่นี้หมายถึงญานที่เกิดขึ้นแก่ผู้เจริญวิปัสสนาตามลำดับ ตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด - insight; knowledge) นามรูปปริจเฉทญาณ (ญาณกำหนดจำแนกรู้นามและรูป คือรู้ว่าสิ่งทั้งหลายมีแต่รูปธรรม และนามธรรม และกำหนดแยกได้ว่า อะไรเป็นรูปธรรม อะไรเป็นนามธรรม - knowledge of the delimitation of mentality-materiality) ปัจจยปริคคหญาณ (ญาณกำหนดรู้ปัจจัยของนามและรูป คือรู้ว่า รูปธรรม และนามธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุปัจจัย และเป็นปัจจัยแต่กัน อาศัยกัน โดยรู้ตามแนวปฏิจจสมุปบาท ก็ดี ตามแนวกฏแห่งกรรมก็ดี ตามแนววัฏฏะ ๓ ก็ดี เป็นต้น - knowledge of discerning the conditions of mentality-materiality) สัมมสนญาน (ญาณกำหนดรู้ด้วยพิจารณาเห็นนามและรูปโดยไตรลักษณ์ คือยกรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลายขึ้นพิจารณาโดยเห็นตามลักษณะที่เป็นของไม่เทียง เป็นทุกข์ มิใช่ตัวตน - knowledge of comprehending mentality-materiality as impermanent, unsatisfactory and not-self) -12. วิปัสสนาญาณ ๙ ดู [311]     13.   โคตรภูญาณ (ญาณครอบโคตร คือ ความหยั่งรู้ที่เป็นหัวต่อแห่งการข้ามพ้นจากภาวะปุถุชนเข้าส...

อภิธัมมัตถสังคหะ

      ท่านพระอาจารย์อนุรุทธาจารย์รจนาพระอภิธรรมมัตตถสังคหะนั้น ท่านได้แบ่งออกเป็น ๙ ปริจเฉทด้วนกัน คือ :     ปริเฉทที่ ๑     แสดงเรื่องจิตปรมัตถ์            ชื่อ จิตตสังคหะวิภาค     ปริเฉทที่ ๒     แสดงเรื่องเจตสิกปรมัตถ์     ชื่อ เจตสิกสังคหวิภาค     ปริเฉทที่ ๓     แสดงการรวมรวมธรรมต่าง ๆที่เกี่ยวเนื่องกับจิต และเจตสิก คือ เวทนา เหตุ กิจ ทวาร อารมณ์ และวัตถุ ชื่อว่า ปกิณณกสังคหวิภาค     ปริเฉทที่ ๔     แสดงเรื่องการงานของจิต คือวิถีจิต ชื่อ วิถีคหวิภาค     ปริเฉทที่ ๕     แสดงเรื่องจิตที่พ้นวิถี ตลอดจนธรรมที่สัมพันธ์กัน ชื่อ วิถีมุตตสังคหวิภาค     ปริเฉทที่ ๖     แสดงเรื่องรูปปรมัตถ์และนิพพาน ชื่อ รูปสังคหวิภาค     ปริเฉทที่ ๗     แสดงธรรมที่สงเคราะห์เข้าเป็นหมวดหมู่ รวมกันได้ ชื่อว่า สมุจจยสังคหวิภาค     ปริเฉทที่ ๘     แสดงปรมัตถธรรมที่เป็นปัจจัยอุปการะกัน ตลอดจนบัญญ...

นวโลกุตรธรรม๙

 โลกุตรธรรม ๙ (ธรรมอันมิใช่วิสัยของโลก, สภาวะพ้นโลก - supermundane states) (+ โพธิปักขิยธรรม 37 = 46) มรรค ๔ (the four paths) [164] ผล ๔ (the four fruitions ) [165] นิพพาน หรือ อสังขตธาตุ ๑ (the unconditioned state) [27] มรรค ๔ (ทางเข้าถึงความเป็นอริยบุคคล, ญานที่ทำให้ละสังโยชน์ได้ขาด - the path) โสดาปัตติมรรค (มรรคอันให้ถึงกระแสที่นำไปสู่พระนิพพานทีแรก, มรรคอันให้ถึงความเป็นพระโสดาบัน เป็นเหตุละสังโยชน์ได้ ๓ คือ สักกายทิฏฐิ, วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส - the path of stream-entry) สกทาคามิมรรค (มรรคอันให้ถึงความเป็นพระสกทาคามี เป็นเหตุละสังโยชน์ได้ ๓ ข้อต้นกับทำราคะ, โมหะ, โทสะ ให้เบาบางลง - the path of once-returning) อนาคามิมรรค (มรรคอันให้ถึงความเป็นพระอนาคามี เป็นเหตุละยังโยชน์เบื้องต่ำได้ทั้ง ๕ - the path of non-returning) อรหัตตมรรค (มรรคอันให้ถึงความเป็นพระอรหันต์ เป็นเหตุให้ละสังโยชน์ได้ทั้งหมด ๑๐ - the path of arahantship) ดูสังโยชน์ ๑๐ [329] สังโยชน์ ๑๐ (กิเลสอันผูกใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับวัฏฏทุกข์ หรือผูกกรรมไว้กับผล -  fetters; bondage) ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ...

ชยมงฺคลอัฏฺฐกคาถา

ในการเขียนบทความเกี่ยวข้อกับ  ชยมงฺคลอัฏฺฐกคาถา นั้นได้มีหนังสืออ้างอิงอยู่ สองเล่ม คือ  1. "คาถาชินบัญชร สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) คาถาพาหุง ชีวิตตัวอย่างหมอชีวกโมารภัจจ์ "     ผู้เขียน เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต 2. "อธิบายศัพท์บาลี คาถาพาหุ อย่างละเอียดลึกซึ้ง ชนะแปดทิศ พิชิตแปดสถาณการณ์"     ผู้เขียน พระสารประเสริฐ​ (นาคะประทีป) พาหุง ประกอบไปด้วย 8 บท ในบทที่ 4 นั้นได้กล่าวถึง องคุลิมาล ซึ่งสามารถหาอ่านเรื่องของ องคุลิมาลอย่างละเอียดได้จาก "องคุลิมาล" ของ สมัคร บุราวาศ นอกจากนั้นแล้วอยากจะแนะนำให้อ่าน กามนิต-วาสิฏฐี  ฉบับภาษาไทยแปลโดย เสฐียรโกเศศ – นาคะประทีป  ซึ่งนาคะประทีปนี้ก็คือผู้แต่งหนังสือ  "อธิบายศัพท์บาลี คาถาพาหุ อย่างละเอียดลึกซึ้ง ชนะแปดทิศ พิชิตแปดสถาณการณ์ " พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง คฺรีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ มาราติเร กะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ...

รูป 2

 รูป 2, 28 (สภาวะที่แปรปรวนแตกสลายเพราะปัจจัยต่าง ๆอันขัดแย้ง, ร่างกายและส่วนประกอบฝ่ายวัตถุพร้อมทั้งพฤติกรรมและคุณสมบัติของมัน, ส่วนที่เป็นร่างกับทั้งคุณและอาการ - corporeality; materiality; matter) มหาภูต หรือภูตรูป 4 (สภาวะอันปรากฏได้เป็นใหญ่ ๆโต ๆ หรือเป็นต่าง ๆได้มากมาย, รูปที่มีอยู่โดยสภาวะ, รูปต้นเดิม ได้แก่ธาตุ 4 - primary elements) อุปาทารูป หรืออุปาทายรูป 24 (รูปอาศัย, รูปที่เป็นไปโดยอาศัยมหาภูติ, คุณและอาการแห่งมหาภูต - derivative materiality) รูป 28 ก็คือรูป 2 หมวดข้างต้นนี้เอง แต่นับข้อย่อย กล่าวคือ มหาภูต หรือภูตรูป 4 (รูปใหญ่, รูปเดิม - primary elements; great essentials) อุปาทายรูป 24 (รูปอาศัย, รูปสืบเนื่อง - derived material qualities  มหาภูตรูป หรือภูตรูป 4 อุปาทารูป หรืออุปาทายรูป 24 (derivative materiality) ก. ปสาทรูป 5 (รูปที่เป็นประสาทสำหรับรับอารมณ์ - sensitive material qualities) จักขุ (ตา - the eye) โสตะ ฆานะ ชิวหา ก่น ข.โคจรรูป หรือ วิสัยรูป 5 (รูปที่เป็นอารมณ์หรือแดนรับรู้ของอินทรีย์ - material qualities of sense-fields)     6. รูปะ  ...

หนึ่งศาสดา หลายสายธรรม

การตระหนักรู้ในอริยสัจ ๔ คือหัวใจของมรรคาพระอริยะ  การรู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจ ๔ จะบังเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติได้เจริญโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ และ เจริญฌาณสมาธิควบคู่กับการเจริญปัญญา  ณ วินาทีที่บรรลุเป็นพระโสดาบัน จะมีการก้าวกระโดดที่เรียกว่า "เกิดดวงตาเห็นธรรม"  เพราะนี่เป็นครั้งที่ผู้ปฏิบัติจะได้เห็นธรรม คือเห็นสัจธรรมในคำสอนของพระพุทธเจ้า เข้าสู่กระแสพระนิพพาน บัดนี้ผู้ปฏิบัติได้เปลี่ยนสถานะจากปุถุชนไปเป็นพระอริยบุคคลแล้ว สำหรับผู้ที่ธรรมะยังไม่แก่กล้า พระพุทธองค์จะสั่งสอนธรรมในหัวข้ออื่นไปก่อน  จากหนึ่งศาสดา หลายสายธรรม หน้า ๕๒-๕๓ โพธิปักขิยธรรม 37 (ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ คือเกื้อกูลแก่การตรัสรู้, ธรรมที่เกื้อหนุนแก่อริยมรรค - Bodhipakkhiya-dhamma: virtues partaking of enlightenment; qualities contributing to or constituting enlightenment; enlightenment states) 1. สติปัฏฐาน 4 2. สัมมัปปธาน 4 3. อิทธิบาท 4 4. อินทรีย์ 5 5. พละ 5 6. โพชฌงค์ 7 7. มรรคมีองค์​ 8     โพธิปักขิยธรรมนี้ ตามที่ทั่วไปในพระไตรปิฎก ตรัสไว้เพียงเป็นคำรวม ๆ โดยไม่ได้ร...