ปริจเฉทที่๗(สมุจจยสังคหะ)

 อกุศลสังคหะ


1. อาสวะ 1. ความเสียหาย, ความเดือดร้อน, โทษ, ทุกข์ 2. น้ำดองอันเป็นเมรัย เช่น ปุปฺผาสโว น้ำดองผลไม้ 3. กิเลสที่หมักหมมหรือดองอยู่ในสันดาน ไหลซึมซ่านไปย้อมจิตต์เมื่อประสบอารมณ์ต่าง ๆ, อาสวะ ๓ คือ ๑.กามาสวะ อาสวะคือกาม ๒.ภวาสวะ อาสวะคือภพ ๓.อวิชชาสวะ อาสวะคืออวิชชา; อีกหมวดหนึ่ง อาสวะ ๔ คือ ๑.กามาสวะ ๒. ภวาสวะ ๓.ทิฏฐาสวะ อาสวะคือทิฏฐิ ๔. อวิชชาสวะ


อาสวักขยญาณ ความรู้เป็นเหตุสิ้นอาสวะ, ญาณหยั่งรู้ในธรรมที่เป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย, ความตรัสรู้(เป็นความรู้ที่พระพุทธเจ้าได้ในยามสุดท้ายแห่งราตรี วันตรัสรู้) (ข้อ ๓ ในญาณ ๓ หรือวิชชา ๓ ข้อ ๖ ในอภิญญา ๖, ข้อ ๘ ใน วิชชา ๘, ข้อ ๑๐ ในทศพลญาณ)


2. โอฆะ ห้วงน้ำคือสงสาร, ห้วงน้ำคือการเวียนว่ายตายเกิด; กิเลสอันเป็นดุจกระแสน้ำหลากท่วมใจสัตว์ มี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา


3. โยคะ 1.กิเลสเครื่องประกอบ คือประกอบสัตว์ไว้ในภพ หรือผูกสัตว์ดุจเทียมไว้กับแอก มี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา 2. ความเพียร


4. คันถะ 1.กิเลสที่ร้อยรัดมัดใจสัตว์ให้ติดอยู่ 2.ตำรา, คัมภีร์


5. อุปาทาน ความถือมั่น,​ ความยึดติดถือค้างถือคาไว้ (ปัจจุบันมักแปลว่า ความยึดมั่น) ไม่ปล่อยไม่วางตามควรแก่เหตุผลเนื่องจากติดใคร่ชอบใจหรือใฝ่ปรารถนาอย่างแรง ; ความถือมั่นด้วยอำนาจกิเลส มี ๔ คือ

กาม ทิฏฐิ สีลัพพตุปาทาน ความถือมั่นในศีลและพรต ๔ อัตตวาทุปาทาน ความถือมั่นในวาทะตน; 



Comments

Popular posts from this blog

รูป 2

หนึ่งศาสดา หลายสายธรรม